“แอปเปิล“ งัดกลยุทธ์สู้ “ซัมซุง-กูเกิล“

โหมโรงเปิดไอโฟนตัวใหม่เรียบร้อยโรงเรียนแอปเปิลไปแล้ว แบบไม่มีอะไรตื่นเต้นตูมตามเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

“ไอโฟน 5 เอส” และ “ไอโฟน 5 ซี” คือน้องใหม่ 2 รุ่นในตระกูลไอโฟน แห่งครอบครัวแอปเปิล ที่เพิ่งเปิดตัวไป และมีกำหนดจะวางตลาดให้บรรดาสาวก ไอโฟนซื้อหาไปครอบครองเป็นเจ้าของได้ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายนนี้เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นการวางตลาด “ตัดหน้า” “แกแล็คซี่โน้ต 3″ ของค่ายซัมซุงไปเพียง 5 วัน

ความต่างระหว่างไอโฟน 5 เอส กับ ไอโฟน 5 ซี ซึ่งถือฤกษ์แจ้งเกิดพร้อมกันเป็นครั้งแรก และถือเป็นความแปลกประหลาดในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของค่ายนี้

ไอโฟน 5 ซี มี 5 สีให้เลือกตามอัธยาศัยคือขาว-ฟ้า-เหลือง-เขียว-ชมพู ถูกกำหนดให้มีสเปก “ต่ำพิเศษ” เพื่อทุบราคาจำหน่ายให้ต่ำลงมาอยู่แค่เครื่องละ 99 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเงื่อนไขต้องผูกพันสัญญา 2 ปี แต่ถ้าไม่ประสงค์จะผูกสัญญา สามารถซื้อเครื่องเปล่าได้ในราคา 549 ดอลลาร์สหรัฐ

ไอโฟน 5 เอส มี 3 สีให้เลือกคือขาว-ดำ-ทอง ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของไอโฟน ที่วางราคาขาย ไว้เท่ารุ่นก่อนหน้าคือ เริ่มต้นจากเครื่องละ 199 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับกรณีผูกพันสัญญา 1 ปี และ 649 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับกรณีประสงค์จะซื้อเครื่องเปล่าปลอดสัญญา

ปรากฏการณ์ใหม่ของค่ายแอปเปิลที่เปิดตัวไอโฟนใหม่พร้อมกันถึง 2 รุ่น โดยเพิ่มเติมรุ่น “ลดสเปก” เพื่อหวังจะลงไปเกลือกกลั้วในปลักสงครามราคา ถูกบรรดานักวิเคราะห์หลายสำนักวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างดุเด็ดเผ็ดร้อนว่าค่าย แอปเปิลกำลัง “เสียศูนย์” และถลำตัวเข้าสู่จุดเริ่มต้นของ “ความเสื่อม” เนื่องจากเอกลักษณ์โดดเด่นที่ค่ายนี้ยึดถือมาตลอดคือคุณค่าของการสร้างสรรค์ นวัตกรรมที่ซ่อนอยู่ในตัวผลิตภัณฑ์ ที่ทำให้ลูกค้าเกิดความยอมรับและยินดีควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อด้วยราคาที่ แพงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ค่ายแอปเปิล ยุคหลังมรณกรรมของสตีฟ จ็อบส์ ภายใต้บังเหียนของ “ทิม คุก” ยังคงมุ่งมั่นเดินไปตามนโยบาย “การตลาดนำนวัตกรรม” ซึ่งย้อนศรสวนทางกับนโยบายยุคสตีฟ จ็อบส์ ที่เน้น “นวัตกรรมนำการตลาด” อย่างสิ้นเชิง

การเปิดตัวไอโฟนใหม่พร้อมกันถึง 2 รุ่นโดยการเติมรุ่น “โลโซ” สมทบเข้าไปกับรุ่น “ไฮโซ” ซึ่งถือเป็นรุ่นดั้งเดิม ถือเป็นการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เพื่อหวังขยายพื้นที่การกอบโกยไปเก็บเกี่ยวกลุ่มลูกค้า “ตลาดล่าง”

นอกจากนี้ ภายใต้นโยบายการตลาดนำนวัตกรรมของทิม คุก ยังเดินหน้ารุกขยายกินส่วนแบ่งตลาดในญี่ปุ่นให้เพิ่มมากขึ้น ด้วยการเลือกจับมือกับค่ายเอ็นทีทีโดโคโมะ ซึ่งครองตลาดโทรคมนาคมอันดับ 1 ในญี่ปุ่น

ยิ่งไปกว่านั้นก็บุกเข้าไปกอดคอเป็นปาท่องโก๋ร่วมกับ “ไชน่าโมบายล์” ซึ่งเป็นเจ้าพ่ออันดับ 1 ในตลาดโทรคมนาคมของจีน เพื่อลุยตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศจีนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

การขับเคลื่อนแอปเปิล ให้เดินไปตามนโยบายการตลาดนำนวัตกรรมของทิม คุก ที่สวนทางกับสตีฟ จ็อบส์ ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่แจ้งเกิด “มินิไอแพด” ตามมาด้วย “ไอโฟน 5 ซี” ยังจะเดินต่อไปด้วย “ไอแพด” ตัวใหม่ที่เตรียมจะเปิดตัวปล่อยของก่อนสิ้นปีนี้ เพียงเพราะ “ตาร้อน” ที่เห็น “กูเกิล” และ “ซัมซุง” รวยวันรวยคืน จากการที่มูลค่าตลาดเฉียด 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐไปกระจุกตัวอยู่ที่นั่น

ดูท่าคุณค่า และความขลังของค่ายแอปเปิลนับวันจะเสื่อมถอยลงทุกที

ที่มาของบทความ

(1083)

One thought on ““แอปเปิล“ งัดกลยุทธ์สู้ “ซัมซุง-กูเกิล“

  1. เขาเรียกว่าเรียนรู้จากปฏิบัติจริง ไม่ใช่เสื่อมถอย นวัตกรรม
    ผสมความคุ้มค่า ไม่มองข้ามตลาดระดับกลางบน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีพลัง
    และเป็นการปิดช่องว่างเดิม ที่คู่แข่งคาบไปแดก และทำท่าจะรุกขึ้นบนอีกต่างหาก
    จึงต้องรุกกลับอย่างตรงเป้า ได้ผลเห็นทันตา ยอดซัมซุงก็ตกแน่นอน หรือไม่ก็ต้อง
    ลดแลกแจกแถมจนเหลือกำไรแต่น้อย..เพราะตอนนี้ ซัมซุง เดินตามรอยแอปเปิ้ลทุก
    มิติ เปิดช็อบกว่า 500 แห่งแบบ Apple แต่งร้านก็แบบเดียวกัน สีเดียวกัน แต่คนละแบรนด์
    ผมว่าตัวใหม่เมืองไทย ขายดีแน่ๆ อย่างน้อย 3 ล้านเครื่องในสิ้นปีนี้ไม่น่าพลาด
    หุ้นแอปเปิ้ลเลยพุ่งครับ..แต่ควรคืนกำไรให้กับสังคมไทยมั่งนะ..เพราะเวลาขาย online ภาษี
    มูลค่าเพิ่มก็ไม่ต้องเสีย..พอขายแล้ว จ่ายค่าเน็ตกันทุกเดือน ค่าโทรศัพท์อีก ตลอดชาติ